Home » ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106 | self esteem คือ | ข้อมูลสุขภาพที่เป็นประโยชน์สำหรับครอบครัวของคุณ

ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106 | self esteem คือ | ข้อมูลสุขภาพที่เป็นประโยชน์สำหรับครอบครัวของคุณ

ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106 | สรุปสาระความรู้การดูแลสุขภาพสำหรับคุณ

[penci_button link=”#” icon=”” icon_position=”left” text_color=”#313131″]ชมวิดีโอด้านล่าง[/penci_button]

คุณสามารถดูเพลงใหม่และเพลงอัปเดตได้ที่นี่: Fashion.zcongnghe.com/health

รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106

ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106

ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106

>>Fashion.zcongnghe.comเราหวังว่าข้อมูลที่เราให้ไว้จะมีความสำคัญกับคุณมาก ขอบคุณสำหรับการตรวจสอบข้อมูลนี้.

ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องself esteem คือ

ในซีรีส์ ‘SELF’ ถ้ายังไม่พูดถึง ‘Self-Esteem’ เลย คงไม่ใช่ แต่คราวนี้เราจะมาดูกัน ‘ความนับถือตนเอง’ ที่เชื่อมโยงกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ RU OK ตอน ชวน ต้น-นรพรรณ ทองชุ่ม นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ย้อนไปดูที่มาของ ‘Self-Esteem’ ที่หล่อหลอมมาจากการเลี้ยงดูแบบครอบครัวและในโรงเรียน และในฐานะผู้ใหญ่ เราจะสังเกตตนเองได้อย่างไร หากเรามองว่าตนเองด้อยค่าหรือไม่? ———————————————— THE STANDARD PODCAST : EYE-OPENING FOR YOUR EARS podcast จากสำนักข่าว THE STANDARD เว็บไซต์ : SoundCloud: Spotify : Twitter : Facebook : #RUOK #TheStandardPodcast # TheStandardco #TheStandardth .

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง self esteem คือ.

#ความมนคงและความปลอดภยทางใจ #รากฐานสำคญของการม #SelfEsteem #EP106

Podcast,พอดแคสต์,The Standard Podcast,RUOK,Are You OK,แผนกจิตเวช,จิตวิทยา,จิตแพทย์,ความสัมพันธ์,Self,Self-Esteem

ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106

self esteem คือ.

23 thoughts on “ความมั่นคงและความปลอดภัยทางใจ รากฐานสำคัญของการมี Self-Esteem | R U OK EP.106 | self esteem คือ | ข้อมูลสุขภาพที่เป็นประโยชน์สำหรับครอบครัวของคุณ”

  1. เป็นคนที่ครอบครัวอะรุกล้ำพื้นที่บ่อยมาก ไม่ค่อยพาไปหาหมอใดๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองสูงหรือต่ำ แต่คิดว่าสูงประมาณนึงมั้ง ตอนนี้เลือกเรียนศึกษาทางไกล เลือกใช้ชีวิตของตัวเอง เค้าจะพูดว่าทำให้เค้าผิดหวัง แต่ก็ยอมๆ มันเหมือนกับว่าการที่พ่อแม่เลิกกัน แล้วรู้สึกได้รับความใส่ใจน้อยลงมันไม่ได้ทำให้นอยขนาดนั้น มันก็แค่ต้องใส่ใจตัวเองมากขึ้น ก็ทำอะไรก็ทำ เราต้องไปเจอโลกของเราเอง แต่สิ่งนึงที่เราทำไม่ได้คือบอกสิ่งที่ต้องการกับแม่ เพราะมันโดนขัดแล้วทะเลาะกันตลอด ก็แค่รอให้บรรลุนิติภาวะ แล้วก็ทำอะไรก็ทำ

  2. ผม อายุ 37 เป็น ADHD .. self esteem ต่ำมาก ตอนนี้รู้สึกแย่มาก ไม่มีความสุขเลยครับ

  3. อายุเกือบ30แล้ว เป็นอีกคนที่ self esteem ต่ำ รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ดีพอและด้อยกว่าคนอื่น อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆคุณค่าของตัวเราไม่ถูกเติมเต็ม คือพ่อแม่ดูแลเราค่อนข้างดี ไม่อดยากหรือลำบากอะไร แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกขาดคือ ที่บ้านไม่มีจัดงานวันเกิด เป่าเค้ก หรือมีของขวัญให้เลยซักชิ้นไม่ว่าจะโอกาสไหนๆก็ตาม ทั้งๆที่ที่บ้านก็มีเงินพอสมควร แต่เรากลับรู้สึกว่าคุณค่าตัวเองจับต้องไม่ได้ ชี้วัดด้วยอะไรไม่ได้ เลยกลายเป็นคนไม่มั่นใจ รู้สึกตัวเองไม่ค่อยสำคัญหรือเป็นที่ยอมรับ เข้าสังคมไม่เก่ง หัวหน้าเคยบอกว่า เราทำงานดีนะ แต่ขาดภาวะความเป็นผู้นำ เจ็บจี๊ดเลย แต่มันก็จริงแหละ ยอมรับ! 55

  4. ตอนนี้อายุ 25 ย่าง 26 แล้ว รู้สึกตัวมาตลอดว่าเป็นคน self esteem ต่ำมาก และไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ภายในลึกๆเปราะบางมาก คำพูดอะไรก็ทักสะเทือนไปหมด เพราะรุเลยว่าตัวเองไม่แข็งแรงพอ
    ทั้งๆที่การเรียนก็ดี จบจากม.ชื่อดัง แต่ไม่รู้ทำไม ดันไม่รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้รับการยกย่อง ดันไม่ค่อยภูมิใจที่มาถึงตรงนี้ และก็รุสึกว่าตัวเองเก่งสู้เพื่อนๆคนอื่นไม่ได้อยู่ดี

    ส่วนนึงในใจมันคิดว่าเราเก่งและมาถึงนี่ได้เพราะเราเรียนพิเศษ ไม่ได้เก่งเพราะมาจากตัวเอง…

    ย้อนกลับไปวัยเด็ก ตอน ม.3 เริ่มมีความฝันที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ รู้ตัวว่าชอบมาก และมันเปี่ยมไปด้วย passion อันมากมาย แต่ทุกคนบอกให้เรียนสายวิทย์ และที่บ้านไม่ได้มีกำลังทรัพย์พอจะให้เรียนเพิ่มเติม ที่บ้านมักบอกว่า ภาษาไว้ค่อยเรียนเสริมเอา เราก็เชื่อและทำตาม แต่มันไม่ได้รับการตอบสนองจริงๆสักที เพราะอังกฤษก็ต้องมาก่อน

    ในที่สุด ตอนมหาลัย ด้วยแรงตั้งใจอย่างแน่วแน่ เลยเอาเงินเก็บตัวเองเป็นค่าเรียนภาษา แต่ตอนนั้นก็ปีสามแล้ว ก็เรียนได้อยู่ 1 ปีครึ่งเท่านั้น

    พอจบมาเริ่มทำงาน ไม่รู้ทำไม ความฝันทุกอย่างในวัยเด็กดับไปหมดเลย ไม่มีความต้องการอะไรอีก passion ในหัวมันหายไปพร้อมกับตอนทำงานในสายงานที่เรียนจบมา มันหมดไฟ และงานที่ทำก็ไม่ได้ชอบ และท้อใจคิดว่าไม่สามารถทำตามความฝันได้แล้ว คิดว่ามันสิ้นสุดแล้วตั้งแต่ตอนเรียนจบ

    ตอนนี้เลยกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานไปวันๆเพื่อให้ได้เงินมาใช้ชีวิตเท่านั้นเอง..

    อยากจุดไฟในตัวเองอีกครั้ง เราเลือกถูกทางใช่มั้ย..

  5. ไม่น่าเชื่อเนอะ ว่าชีวิตในวัยเด็กเราเป็นมายังไงมันส่งผลถึงตอนโตด้วยจริงๆ

  6. อีกไม่ถึงสามปีจะ 35 แล้ว ยังรู้สึกเคว้งคว้างหาทางไปไม่เจอไม่แน่ใจไม่อยากตัดสินใจอะไรกังวลเครียดจากตอนเด็กๆโดนที่บ้านดูถูกซ้ำเติมมาตลอด เราเข้าใจนะว่าหวังดีนี่นั่น เค้าโตมากับคำดูถูกล่ะได้ดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโตจากคำดูถูกไง บางคนตายจากคำเหล่านั้น ล่ะเราเป็นอย่างหลัง ยังดีที่ได้รับการยอมรับคำชมกำลังใจจากคนนอก อ.ที่ ร.ร.ที่เชื่อในตัวเรา ผู้ใหญ่ที่เจอเราก็มักจะพูดถึงเราในแง่ดีแต่นั่นล่ะพอเจอคำคนที่บ้านล่ะพังทุกที จนตอนนี้
    จากที่เคยมองโลกแง่ดีมีพลังใจ ทุกวันนี้ไม่อยากทำไร ใช้ชีวิตไปวันๆ สิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้เบิกบานมีรอยยิ้มเสียงหัวเราะคือสื่อบันเทิงต่างๆ ซึ่งนี่โตมากับทีวีวิทยุเหมือนเพื่อนเหมือนพี่เลี้ยงทุกวันนี้ก็ยังมีทีวี ละคร เป็นเพื่อนเหมือนเดิมเพิ่มเติม มือถือ โซเชียลต่างๆ😂😭👌😉

  7. ชอบ episode นี้มาก ทำให้เข้าใจที่มาที่ไปจริงๆ นึกถึงตัวเองแล้วอ๋อเลย แต่รู้สึกว่าพูดเรื่องการแก้ไขแคบ,น้อยไปหน่อยค่ะ ด้วยเวลาจำกัดหรืออะไรไม่รู้

  8. คนสัมภาษณ์พูดมากเกินไปจนน่ารำคาญ แถมยังเสียงดังเกินไปด้วยแขกพูดได้นิดเดียวก็โดนแทรกตลอด น่ารำคาญมากๆ จากมีประโยชน์กลายเป็นน่ารำคาญ

  9. ผมอายุ 39 เคยเชื่อว่าตัวเองค้นพบ self-esteem แล้ว. แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ที่ผมได้ connect กับสังคมใหม่ๆ , ก็ได้พบว่า มันยังมีบางอย่างที่ผมเพิ่งค้นพบ. บางที self-esteem อาจจะเป็นสิ่งที่ค้นพบใหม่ ได้เรื่อยๆ.

  10. แล้ววัย 30 ล่ะคะ ทำแบบ25จะช่วยได้มั้ย หรือมีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้างคะ อยากได้คำแนะนำของวัยที่เลย 25 ไปแล้วอะค่ะ

  11. การไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่และความรู้สึกแปลกแยกในวัยเด็ก พอนึงถึงเรื่องนี้ทีไรเราร้องไห้กับมันตลอด มันส่งผลมาถึงตอนนี้ เราไม่รู้จะข้ามผ่านมันไปได้ยังไง เราเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนี้เราถึงไม่รู้ว่าเราเป็นใคร เรารู้สึกว่าเราไม่มีตัวตน เราไม่เห็นจะดีพอกับอะไรเลย เราเลยพยายามเรียนให้ดีให้เก่ง ใช้คนอื่นเป็นเหมือนกระจกสะท้อน เพื่อให้เห็นตัวเอง ให้เป็นคนที่ถูกมองเห็นมีค่ามีตัวตนขึ้นมาบ้าง มันเหมือนยาเสพติดพอเห็นว่าคนอื่นให้valueเราจากการเรียนผลงานที่ทำ มันกลายเป็นการวัดค่าตีราคาตัวเราเอง มันทำให้เรายิ่งพยายามมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความเหนื่อยล้าความกดดันความเครียด ว่าภาพที่สะท้อนกลับออกมาจะเป็นยังไง จนเรารู้สึกburn outกับการเรียนและงานที่ทำอยู่ โดยที่ลึกๆในใจของเรา เราไม่รู้ด้วยซ้ำาว่าเราเป็นใคร เราชอบอะไร เราดีพอมั้ยกับสิ่งต่างๆรอบตัว จนกลายเป็นmindsetวนเวียนอยู่ในหัว ว่าเราไม่deserve ที่จะมีความสุขที่จะมีความรักและความสัมพัน ทุกวันที่เป็นอยู่มันเหมือนตื่นขึ้นมาเพื่อสร้างการมองเห็นจากกระจกที่ส่องมาจากคนอื่น แล้วก็ทิ้งกายหลับลงไปด้วยความหมดแรง ขอบคุณมากครับสำหรับ episode นี้มันทำให้ผมได้เห็นและเข้าใจที่มาที่ไปของอาการของผมในตอนนี้ 🙂

  12. R U ok เปรียบเหมือน พ่อ แม่ อีกคนหนึ่ง ที่คอยบอก คอยแนะนำ สิ่งดีๆ มีทางให้ได้เดิน มีพลังเติมให้เวลาหมด มีฟูกไว้ให้ลงนั่ง ได้สติแล้วก็ออกไปใช้ชีวิตต่อ ต่อได้อีกเรื่อยๆ ขอบคุณนะคะ ที่ทำผลงานดีๆ ออกมา เป็นประโยชน์ และเป็นบุญมากค่ะ ขอให้เสียงนี้ ดัง และแทนคำขอบคุณ จากใจนะคะ รู้สึกแบบนั้นจริงๆค่ะ รักRU ok

  13. "ความระมัดระวัง ระแวดระวัง ใครก็ตามที่จะเข้ามารุกล้ำเราตลอดเวลา"
    เราคิดแบบนี้มาตลอด และคิดอยู่ตลอดเวลา :((

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *